ReadyPlanet.com
dot
dot dot
dot
กลุ่มลูกค้าที่ไว้วางใจใช้ Ion-Metrix
dot
bulletร่วมฤดีคลินิก
bulletบมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ
bulletโรงแรมบันยันทรี ภูเก็ต
bulletโรงแรมไดมอนคลิฟรีสอร์ท&สปา
bulletศูนย์วิจัยซินโครตรอนแห่งชาติฯ
bulletอื่น ๆ
dot
สถาบันที่รับรองมาตรฐาน Ion-Metix
dot
bulletสถาบัน EPA and NSF USA.
bulletcoming soon !!
bulletcoming soon !!
dot
การใช้งาน Ion-Metrix
dot
bulletเครื่องปรับอากาศที่สามารถใช้ได้
bulletผลิตภัณฑ์ Ion-Metrix
dot
กลุ่มโรคที่เกิดจากระบบปรับอากาศ
dot
bulletโรคปอดอักเสบ Legionellosis
bulletโรคภูมิแพ้
bulletโรคหวัด
bulletโรคซาร์
bulletโรควัณโรค
bulletเชื้อราเจ้าปัญหา !!!!!!
bulletเชื้อโรคจากแอร์
bulletโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่
dot
นาโนเทคโนโลยี่
dot
bulletนาโนซิลเวอร์ (NANO SILVER)
bulletนวัตกรรมใหม่ นาโนซิลเวอร์
bulletอนุภาคสุดฮิตในยุคนาโน บูม!!!
bulletเสื้อผ้านาโน
dot
ระบบปรับอากาศภายในอาคาร HVAC
dot
bulletcoming soon !!
bulletcoming soon !!
bulletcoming soon !!
bulletcoming soon !!
bulletcoming soon !!
dot
สุขภาพและสิ่งแวดล้อม
dot
bulletระวังเชื้อโรคที่มาทางอากาศ เมื่อคุณต้องไปโรงพยาบาล
bulletเชื้อแบคทีเรีย MRSA
bulletรายการถึงลูกคน กับประเด็นร้อน !!! เชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตคอคคัส
bulletสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ภายในบ้าน
bulletการทดสอบภูมิแพ้
dot
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletwww.mandd.info
bulletwww.ionmetrix.com
bulletwww.hydroemission.com
bulletwww.bkksystemsupply.com
dot
ดาวห์โหลดเอกสาร
dot
bulletIon-Metrix catalog (Eng)
bulletIon-Metrix catalog (thai)
bulletคู่มือการใช้ Ion-Metrix
bulletMaterial Safety Data Sheet
bulletBacteria Test (Pseudomonas)
bulletBacteria Test (Legionella)
bulletCorrosion Test
bulletTesting Log Sheet
bulletIon-Metrix Presentation
dot
ตัวแทนจำหน่าย
dot
dot
news

dot




สารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ภายในบ้าน
สารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ภายในบ้าน
บ้าน คือ 'วิมานของเรา' เป็นคำที่คุ้นหูคนไทยมานาน เราใช้บ้านเป็นที่พักอาศัย และปกป้องเราจากสิ่งต่างๆ คุณอาจไม่รู้ว่า บ้านที่เราใช้อาศัยอยู่นั้น เป็นบ้านของสารก่อภูมิแพ้อีกหลายชนิดเช่นเดียวกัน ซึ่งกระตุ้นทำให้เราเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ 

สารก่อภูมิแพ้ในบ้านที่พบบ่อย
มารู้จักตัวไรกันดีกว่า
ห้องต่างๆในบ้านคุณมีสารก่อภูมิแพ้แบบไหนบ้าง
คุณควรดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไร
ข้อแนะนำในการทำความสะอาดบ้าน
กลเม็ดเคล็ดลับในการทำความสะอาดบ้าน
โรคภูมิแพ้ และการตกแต่งบ้าน
 สัตว์เลี้ยงภายในบ้าน

 

สารก่อภูมิแพ้ในบ้านที่พบบ่อย


ในประเทศไทย ผู้ที่มีอาการโรคภูมิแพ้ มักเป็นแบบตลอดปี และไม่เกี่ยวกับฤดู อันเนื่องมากจากแพ้สารก่อภูมิแพ้ที่อยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่

สารก่อภูมิแพ้ในบ้านได้แก่

ฝุ่น
ตัวไรฝุ่น ที่ชอบอยู่กับฝุ่น และนุ่น
เชื้อราในอากาศ
สารก่อภูมิแพ้ที่มาจากสัตว์ เช่น ขน เศษผิวหนังที่ลอกหลุด น้ำลายของสัตว์

 

 

มารู้จักตัวไรกันดีกว่า


ตัวไร เป็นสัตว์ในตระกูลใกล้เคียงกับแมงมุม ไม่ใช่แมลง ขนาดประมาณ 0.3 มิลลิเมตร มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีทั้งหมดแปดขา

ในฝุ่นบ้านประมาณ 1กรัม (ประมาณครึ่งช้อนชา) จะมีตัวไรอยู่ประมาณ 1,000 ตัว และมีสิ่งปฏิกูลของตัวไรอยู่ประมาณ 250,000 ชิ้น

สามารถพบตัวไรได้ในทุกๆบ้าน ไม่ว่าจะทำความสะอาดได้ดีหรือบ่อยเพียงใด แหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของมันก็คือ พรม เตียงนอน หมอน เฟอร์นิเจอร์ที่ทำด้วยผ้า

ห้องนอนเป็นห้องที่พบตัวไรอาศัยอยู่ค่อนข้างมาก เนื่องจากจะมีอุณหภูมิ และความชื้นพอเหมาะ จากการวิจัยพบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละห้องนอน จะมีตัวไรอาศัยอยู่เป็น 'ล้านตัว' และแต่ละคนจะใช้เวลาในห้องนอนทุกวันอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง เราจึงสัมผัสกับตัวไรตลอดเวลา และตัวไร จึงเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญที่สุด

ตัวไรกินส่วนผิวหนังที่ลอกหลุดไปของคนเป็นอาหาร และยังใช้ความชื้น จากลมหายใจของเรา ในการดำรงชีวิตอยู่อีกด้วย มนุษย์จึงเปรียบเสมือน แหล่งอาหารที่สำคัญของตัวไร

ตัวไรแต่ละตัว จะปล่อยสิ่งปฏิกูลออกมาวันละประมาณ 20 ชิ้น สิ่งปฏิกูลที่ตัวไรสร้างตลอดชีวิตของมัน จะมากเป็น 200 เท่าของน้ำหนักตัวของมัน ดังนั้น ถ้าเอาหมอนที่มีอายุประมาณ 2 ปี มาชั่งน้ำหนัก จะพบว่า 10% ของน้ำหนักที่ชั่งได้ จะมาจากตัวไรและสิ่งปฏิกูลของมัน อาการของโรคภูมิแพ้ เกิดทั้งจากตัวไรเอง และเกิดจากสิ่งปฏิกูลที่ออกมาจากตัวมัน

จากการวิจัยพบว่า ขณะที่เรานอนหลับ จะมีการพลิกตัวประมาณ 60-70 ครั้งต่อคืน การพลิกตัวแต่ละครั้งจะทำให้ตัวไร และสิ่งปฏิกูลของมัน กระจายฟุ้งขึ้นมาในอากาศ และสามารถลอยอยู่ในอากาศได้ประมาณ 2 ชั่วโมง และเมื่อผู้ที่นอนอยู่ สูดเอาตัวไร และสิ่งปฏิกูลของมัน ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้เข้าไป ก็จะทำให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ เช่น หอบหืด โพรงจมูกอักเสบ

ตัวไร ใช้เวลาในการเจริญเติบโตจากไข่ จนเป็นตัวที่เจริญเต็มที่ ประมาณ 3-4 อาทิตย์ ซึ่งจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 6 อาทิตย์ และระหว่างนี้ ตัวไรเพศเมีย จะปล่อยไข่ออกมาประมาณ 40-80 ใบ

จากการศึกษาวิจัยในระยะหลังพบว่า ตัวไรเอง ไม่ได้เป็นสารก่อภูมิแพ้โดยตรง แต่โปรตีนที่อยู่ในสิ่งปฏิกูล และเปลือกหรือซากของมัน เป็นตัวการของโรคภูมิแพ้ที่สำคัญ

  

 

ห้องต่างๆในบ้านคุณมีสารก่อภูมิแพ้แบบไหนบ้าง


ถ้าคุณพบสารก่อภูมิแพ้ดังกล่าวข้างต้น ในบ้านของคุณ และกำลังกลุ้มใจเนื่องจากไม่ทราบว่าจะจัดการอย่างไร เชิญทางนี้ครับ

ก่อนอื่น คุณต้องสลัดความกลุ้มใจออกไปเสียก่อน การนั่งกลุ้มใจ ไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไร ค่อยๆตามเรามา เราจะพาคุณไปดู และแนะนำว่าคุณควรทำอย่างไร ในห้องต่างๆในบ้านคุณ

ห้องนั่งเล่น หรือห้องดูทีวีกับคนในครอบครัว

สำรวจดูว่า ห้องนี้มีพรมอยู่หรือไม่ พรม เป็นที่เก็บกักฝุ่นอย่างดีที่สุด รวมทั้งเศษผิวหนังที่ลอกหลุดของสัตว์ และยังเป็นบ้านหลังใหญ่ที่สุดของตัวไรอีกด้วย ส่วนประกอบของพรมที่เป็นยางก็อาจมีปัญหาเช่นเดียวกัน อาจทำให้เกิดกลิ่นบางอย่าง ที่ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ พรมที่ปูอยู่บนพื้นคอนกรีต จะมีความชื้น และแหล่งแพร่พันธ์ที่ดีที่สุดของตัวไรเลยทีเดียว

ถ้าอย่างนั้น คุณควรจัดการอย่างไรกับห้องนี้

ข้อแนะนำที่ดีที่สุดคือ อย่าปูพรมแบบยึดติดกับพื้นห้องในห้องนี้ คุณควรใช้พื้นไม้ และถ้าต้องการ อาจตกแต่งด้วยการใช้พรมเป็นชิ้นๆ ปูที่พื้นจะดีกว่า พรมเหล่านี้ จะสามารถนำไปซักและทำความสะอาดได้ง่ายมากกว่า

แต่ถ้าคุณปูพรมแบบติดพื้นไปแล้ว คงไม่สนุกนักที่จะรื้อพรมออกเพื่อมาทำความสะอาด คุณอาจทำความสะอาดด้วยการดูดฝุ่นบ่อยๆ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เครื่องดูดฝุ่นที่คุณใช้ ควรเลือกชนิดที่มีถุงเก็บฝุ่นแบบพิเศษ เนื่องจากถุงเก็บฝุ่นที่ใช้ในเครื่องดูดฝุ่นทั่วไป ไม่สามารถกักเก็บตัวไรไว้ได้ เมื่อคุณดูดฝุ่น ฝุ่นจะถูกเก็บไว้ในถุง แต่ตัวไรจะเล็ดลอดออกมาและตกอยู่ในห้องอีก เครื่องดูดฝุ่นรุ่นใหม่ๆ จะมีตัวกรองอากาศแบบพิเศษที่เรียกว่า HEPA (high-efficiency particle air filter) ซึ่งจะสามารถดักจับตัวไรไว้ได้ดีกว่า นอกจากนี้ ทุกๆ 2-3 เดือน คุณควรจะใช้บริการการซักพรม ซึ่งจะใช้สารเคมีและเครื่องทำความสะอาด ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องดูดฝุ่นธรรมดา จะทำให้ห้องของคุณมีสารก่อภูมิแพ้น้อยที่สุด

ห้องปรับอากาศเป็นห้องที่เหมาะสมกว่าห้องธรรมดา เนื่องจากความชื้นจะค่อนข้างต่ำ จึงช่วยจำกัดจำนวนของตัวไรได้ เนื่องจากตัวไรฝุ่น ชอบอากาศชื้น หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าหนาๆมาทำผ้าม่าน เนื่องจากจะเป็นตัวกักเก็บฝุ่นและตัวไรอย่างดีเช่นกัน ถ้าจำเป็นต้องใช้ผ้าม่าน อาจเลือกผ้าที่เบา และสามารถนำมาต้มซักได้อย่างน้อยเดือนละครั้ง อาจใช้มู่ลี่ ที่ทำจากพลาสติกซึ่งจะกักเก็บฝุ่นได้น้อยกว่า และทำความสะอาดได้ง่ายกว่า

อย่าเลือกเฟอร์นิเจอร์โดยดูแต่ความสวยงามอย่างเดียว

ถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่หุ้มด้วยหนัง หนังเทียม พลาสติก ไวนิล ไม่ควรเลือกใช้พวกที่เป็นผ้า เนื่องจากจะเป็นกักเก็บฝุ่นและตัวไรได้ อย่างไรก็ตาม เฟอร์นิเจอร์ที่บุด้วย ไวนิล หรือพลาสติก โดยเฉพาะของใหม่ อาจทำให้เกิดกลิ่น และเป็นสารระคายเคืองได้

ถ้าที่นั่ง หรือแผ่นรองนั่งเป็นผ้า อย่าลืมนำไปซักหรือทำความสะอาดด้วย ถ้ามีสัตว์เลี้ยงมานั่งตามเบาะต่างๆ สารก่อภูมิแพ้จะติดอยู่กับที่นั่งได้นานเป็นเดือนทีเดียว

ถ้าเป็นไปได้ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับการประกอบด้วยการใช้ตะปูตอก และพวกที่ไม่ได้ใช้สารอะไรเคลือบที่ผิวมากนัก เนื่องจากกาว และสารเคลือบผิวที่ใช้ในการประกอบเฟอร์นิเจอร์ อาจเป็นสารระคายเคือง และกระตุ้นทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้

ห้องครัว

เมื่อพูดถึงห้องครัว เรามักจะนึกถึงกลิ่นของอาหารที่เราชื่นชอบ และมักจะคิดว่า ไม่น่าจะมีสารก่อภูมิแพ้ใดๆ อันที่จริง เป็นห้องที่อาจมีสารก่อภูมิแพ้ได้มากห้องหนึ่ง ตัวการสำคัญจะไม่ใข่ตัวไรฝุ่น แต่จะเป็นเชื้อรา และสปอร์ของเชื้อรา เนื่องจากห้องครัวโดยทั่วไปมักจะชื้น ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา

คอยสอดส่องดูแลอาหารที่แช่อยู่ในตู้เย็นของคุณ อย่าปล่อยให้มีอาหารที่ขึ้นรา หรือบูดเน่าอยู่ในตู้เย็นของคุณ ทำความสะอาดผนังตู้เย็นของคุณ โดยใช้น้ำสบู่ หรือน้ำส้มสายชู และอย่าลืมเช็ดให้แห้งหลังทำความสะอาด สบู่หรือน้ำยาทำความสะอาด อาจเป็นตัวดึงดูดแมลงสาบซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้สำหรับบางคน ควรเก็บให้มิดชิดหรือมีฝาปิด

อาหารหรือของขบเคี้ยวต่างๆที่วางอยู่บนหิ้งในครัว ควรได้รับการเก็บอย่างมิดชิด และไม่ควรเปิดฝาทิ้งไว้ เนื่องจากอาจมีเชื้อราขึ้น และเป็นแหล่งสะสมสารก่อภูมิแพ้ได้

ห้องอาบน้ำ

ตัวการสำคัญในห้องน้ำ คือเชื้อรา ซึ่งอาจอยู่ตามขอบประตู ม่านกั้นอาบน้ำ ขอบเครื่องสุขภัณฑ์ วิธีที่ดีที่สุดคือทำความสะอาดบ่อยๆ อาจใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์ทำลายเชื้อราช่วยในการทำความสะอาด

ถ้าห้องน้ำของคุณมีเครื่องดูดระบายอากาศติดตั้งอยู่ จึงเปิดมันทุกครั้งที่คุณอาบน้ำ และเปิดทิ้งไว้อีกสักพักหลังจากอาบน้ำเสร็จ ถ้าพื้นห้องน้ำเปียก อาจใช้ผ้าซับให้แห้ง และอย่าเก็บผ้านั้นไว้ในห้องน้ำ ควรนำไปซักโดยทันที

ม่านอาบน้ำ ควรใช้แบบที่ทำด้วยพลาสติก ซึ่งหาซื้อได้ง่าย และถ้าคุณพบว่าม่านอาบน้ำมีเชื้อราขึ้น อย่าพยายามทำความสะอาดมัน ควรเปลี่ยนใหม่ดีกว่า หรือเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 2 เดือน

ห้องนอน

ห้องนอนเป็นห้องที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากพบว่าคนเราจะใช้เวลาอยู่ในห้องนอนมากที่สุด คุณจึงควรที่จะทำให้ห้องนอนของคุณ ปลอดสารก่อภูมิแพ้มากที่สุด ตัวการที่สำคัญที่สุดในห้องนอนของคุณ ก็คือตัวไร หรือตัวไรฝุ่น ซึ่งมักชอบอาศัยอยู่ตามที่นอนหรือหมอน โดยเฉพาะพวกที่ทำจากนุ่น

แม้ว่าในปัจจุบัน จะไม่มีวิธีกำจัดตัวไรให้หมดไปอย่างถาวร คุณก็ยังสามารถลดจำนวนของไรฝุ่นให้น้อยที่สุดได้ ด้วยวิธีปฏิบัติดังนี้

ห่อหุ้มเครื่องนอนทุกชิ้นของคุณด้วยพลาสติก หรือผ้าที่ทำด้วยวัสดุพิเศษ ที่ป้องกันตัวไรจากที่นอนและหมอนของคุณ
ทำความสะอาดผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนด้วยการต้มในน้ำร้อนประมาณ 60 องศา นานประมาณ 15 นาที เพื่อกำจัดตัวไร และสิ่งปฏิกูลของมัน
หลีกเลี่ยงหมอนที่ทำจากนุ่น ปัจจุบันมีหมอนหลายชนิดที่ทำมาจำหน่ายและปลอดสารก่อภูมิแพ้ โดยเฉพาะตัวไร
ใช้ผ้าห่มที่ทำจากผ้าฝ้ายธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าห่มที่เป็นขุยๆขนๆ ส่วนผ้าห่มทีทำจากใยสังเคราะ์ อาจติดไฟง่าย และอาจมีกลิ่นซึ่งทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้
หลีกเลี่ยงการปูพรมแบบถาวรในห้องนอน อาจใช้พรมปูพื้นเป็นชิ้นๆได้ แต่คุณต้องทำความสะอาดบ่อยๆ
เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในห้องนอนให้เหมาะสม พยายามหลีกเลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้สารทาเคลือบที่ผิว หรือประกอบด้วยการใข้กาวยึด เนื่องจากอาจทำให้เกิดกลิ่นระคายเคืองได้
ห้องนอนที่ติดเครื่องปรับอากาศ จะเหมาะสมกว่าห้องที่ต้องใช้พัดลม แต่คุณต้องทำความสะอาดแผ่นกรองฝุ่นบ่อยๆ อาจเป็นทุก 2 อาทิตย์
ใช้เครื่องกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ และขนาดเหมาะสมกับห้อง เครื่องกรองอากาศที่ดีต้องมี HEPA (High-efficiency particle air  filtration) 
อย่าให้สัตว์เลี้ยงเข้ามาในห้องนอนของคุณ ถ้าคุณจำเป็นหรืออยากเลี้ยงสัตว์ อย่างน้อยที่สุด คุณควรจำกัดไม่ให้เข้ามาในห้องนอนของคุณ จำไว้ว่า การที่สัตว์เลี้ยงเพียงแค่เดินผ่านเข้ามาในห้องคุณเพียง 1 นาที จะมีปริมาณสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้คุณมีอาการได้ถึง 1 เดือน

ห้องนอนของเด็ก

ห้องนอนของลูกคุณ ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าห้องของคุณ นอกจากจะปฏิบัติตามข้อแนะนำแบบห้องนอนของคุณแล้ว คุณควรจะ

ไม่ควรมีตุ๊กตาในห้องนอนของลูกของคุณ แต่ตุ๊กตากับเด็กผู้หญิง มักเป็นของคู่กัน คุณอาจเก็บตุ๊กตาไว้ในชั้นที่มีกระจกปิดมิดชิด และอนุญาตให้ลูกนำออกมาเล่น ครั้งละ 1-2 ตัว ควรทำความสะอาดตุ๊กตาในน้ำร้อน หรือนำไปตากแดดบ่อยๆ
ทำความสะอาดของเล่นของลูกคุณไม่ให้มีฝุ่น
เก็บของไว้ในห้องนอนให้น้อยทีสุดเท่าที่จะทำได้ การมีสิ่งของอยู่ในห้องจำนวนมาก จะเป็นที่กักเก็บฝุ่นอย่างดี

 

คุณควรดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไร


การปรับตัวในการดำรงชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้

ถ้าคุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ค่อนข้างมาก ลองสังเกตสารที่คุณแพ้มากๆ สัก 2-3 ตัว แล้วลองพยายามหลีกเลี่ยงสารเหล่านี้ให้มากที่สุด คุณจะรู้สึกว่า อาการโรคภูมิแพ้ของคุณดีขึ้นอย่างมาก นั่นหมายความว่า คุณมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้โดยวิธีง่ายๆ คือการหลีกเลี่ยงสารที่แพ้นั่นเอง

เลือกแต่งตัวให้รู้สึก 'สบาย' แทนที่จะให้รุ้สึกว่า 'ดูดี'

คนโดยส่วนใหญ่ จะคำนึงถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียว เมื่อจะออกไปนอกบ้าน การเลือกเครื่องแต่งกายที่ไม่ทำให้คุณเกิดอาการโรคภูมิแพ้ เป็นสิ่งสำคัญ คุณควรเลือกเนื้อผ้าที่คุณจะใส่ เครื่องสำอาง แป้ง หรือเครื่องแต่งกายอื่นๆ ที่ไม่ทำให้คุณเกิดอาการภูมิแพ้ขึ้น

เครื่องสำอางที่คุณใช้ ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายหรือเปล่า

เครื่องสำอางที่คุณใช้ ประกอบด้วยสารต่างๆมากมาย ทั้งตัวทำละลาย สารแต่งกลิ่น สารป้องกันแดด  'ลาโนลิน' เป็นสารชนิดหนึ่งที่มักเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง อาจทำจากสารพวก ฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งอาจเป็นตัวที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง

ในปัจจุบัน มีเครื่องสำอางที่โฆษณาว่า มีสารก่อภูมิแพ้น้อย หรือปลอดสารแพ้ (Hypoallergenic) อย่างไรก็ตาม อย่าวางใจในการใช้สินค้าเหล่านี้มากเกินไป คุณอาจมีอาการ แม้จะใช้เครื่องสำอางเหล่านี้ก็ได้

น้ำหอม หรือแป้งหอมที่ใช้

คุณใส่น้ำหอม เพื่อให้ผู้ที่คุณพบปะด้วย มีความรู้สึกพึงพอใจ แต่คุณควรจะระวัง ถ้าเพื่อนของคุณเป็นโรคภูมิแพ้ น้ำหอมที่คุณใส่ อาจทำให้เพื่อนของคุณมีอาการกำเริบขึ้น โดยเฉพาะพวกที่เป็นหอบหืด น้ำหอม เป็นสารที่ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งพวกแป้งฝุ่นต่างๆด้วย

ข่าวตอนเช้า ก็ทำให้คุณมีอาการได้

ถ้าคุณอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ในตอนเช้า และมีอาการโรคภูมิแพ้ คุณอาจมีอาการเนื่องจากหมึกพิมพ์ที่ใช้ไประคายทางเดินหายใจของคุณ เลือกติดตามข่าวโดยวิธีอื่น เช่น ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ หรืออ่านจากอินเตอร์เนต เป็นทางเลือกที่ดี อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณยังชอบที่จะอ่านจากหนังสือพิมพ์ คุณอาจทิ้งหนังสือพิมพ์ไว้ในที่โล่งและกลับมาอ่านในตอนเย็น อาการระคายเคืองที่เกิดจากหมึกจะลดลงไปพอสมควร

 

ข้อแนะนำในการทำความสะอาดบ้าน


การทำความสะอาดบ้านด้วยตนเอง สำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ นอกจากอาการเหนื่อยเมื่อยล้าที่เหมือนกับคนทั่วไปแล้ว ยังอาจมีอาการของโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นอีกอย่างด้วย

อาการของโรคภูมิแพ้ ที่เกิดขึ้น ระหว่างที่คุณทำความสะอาดบ้าน อาจเกิดจากสารก่อภูมิแพ้ในบ้านของคุณ เช่น ไรฝุ่น เชื้อรา หรืออาจเกิดจากสารเคมี ทีคุณใช้ทำความสะอาดบ้านก็ได้

ข้อแนะนำทั่วไป

ห้องที่คุณต้องให้ความสำคัญมากที่สุด คือห้องนอนของคุณ คุณต้องใช้เวลาในห้องนอนของคุณ อย่างน้อยที่สุดวันละประมาณ 8 ชั่วโมง ห้องนอน จึงเป็นห้องที่คุณใช้ชีวิตอยู่ยาวนานที่สุด สารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญในห้องนอน คือตัวไรฝุ่น คุณควรกำจัดฝุ่นออกจากห้องคุณให้มากที่สุด โดยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาด อย่าใช้วิธีการปัดกวาด เพราะฝุ่นจะฟุ้งและจะกระจายอยู่ในห้องของคุณอีก ถ้าจะใช้เครื่องดูดฝุ่น ควรเลือกเครืองดูดฝุ่น ที่มีถุงเก็บฝุ่นแบบพิเศษ ทำความสะอาดเครืองนอนของคุณในน้ำร้อนอย่างสม่ำเสมอ และใช้ปลอกหมอนพิเศษหรือพลาสติกห่อหุ้มเครื่องนอนของคุณชั้นหนึ่งก่อน

ดูแลทำความสะอาดห้องครัว ให้ปราศจากเชื้อรา โดยไม่ให้ชื้น และทำความสะอาดชั้นวางของต่างๆ ให้ปราศจากฝุ่น

การทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สารก่อภูมิแพ้ มีน้อยลงเรื่อยๆ แรกๆ คุณอาจจะมีอาการมากเมื่อทำความสะอาด เนื่องจากคุณต้องสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ด้วยตนเอง คุณอาจใช้ผ้าปิดปาก ขณะทำความสะอาดบ้าน หรือ จ้างคนมาทำความสะอาดแทนคุณ บางครั้ง ค่าใช้จ่ายในการจ้างคนทำความสะอาด อาจถูกกว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคภูมิแพ้ของคุณเอง

ออกนอกบ้านสักพักหลังทำความสะอาด

หลังทำความสะอาดบ้าน คุณอาจไปธุระนอกบ้านสักพัก เนื่องจากหลังทำความสะอาด สารก่อภูมิแพ้จะยังมีอยู่ในบ้านสักระยะ ถ้าคุณยังอยู่ในบ้าน และถอดผ้าปิดปากปิดจมูกออก คุณอาจได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าไป และเกิดอาการได้

เลือกน้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสม

ปัจจุบัน มีน้ำยาทำความสะอาด ให้คุณเลือกใช้มากมาย เลือกใช้น้ำยาที่ไม่ทำให้คุณเกิดอาการ คุณอาจลองสังเกตอาการของคุณเอง เมื่อใช้น้ำยาเหล่านี้  และเลือกยี่ห้อที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

หลีกเลี่ยงการใช้เสปรซ์ดับกลิ่นในห้องของคุณ

บางคน นิยมใช้เสปรซ์แต่งกลิ่นในห้อง สารเหล่านี้ อาจทำให้เกิดการระคายเคือง และทำให้คุณมีอาการมากขึ้นได้ เลือกวิธีกำจัดกลิ่นในห้องของคุณ ด้วยการให้มีการถ่ายเทของอากาศ จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

 

 

ลเม็ดเคล็ดลับในการทำความสะอาดบ้าน


ย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่พอเคลื่อนย้ายได้ ไปอยู่ห้องอื่นก่อน ทำความสะอาดพื้น และตามซอกมุมต่างๆด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ
ซักผ้าม่าน ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ในน้ำร้อนอุณหภูมิประมาณ 60 องศา นานประมาณ 15 นาที เพื่อกำจัดสารก่อภูมิแพ้ โดยอาจทำทุก 2 อาทิตย์
ใช้น้ำยาที่ผสมคลอรีน เพื่อทำความสะอาดโต๊ะในห้องครัวของคุณ พยายามเปิดให้อากาศถ่ายเท ระหว่างที่คุณทำความสะอาด
อย่าเก็บหนังสือพิมพ์เก่า ถุงกระดาษ ไว้ในบ้านมากเกินไป รวมทั้งกำจัดเศษอาหารในบ้านด้วย สิ่งเหล่านี้ เป็นอาหารที่ชื่นชอบของพวกแมลงสาบ
ถ้าคุณต้องทำความสะอาดด้วยตนเอง อย่าลืมป้องกันตนเอง ด้วยผ้าปิดปากปิดจมูก และเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่มีตัวกรองชนิดพิเศษ 
ใช้เฟอร์นิเจอร์ในห้องของคุณให้น้อยที่สุด นำเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่จำเป็นออกจากห้องของคุณ
ห้ามสูบบุหรี่ในห้องของคุณอย่างเด็ดขาด
จ้างคนทำความสะอาดมืออาชีพมาทำความสะอาดครั้งใหญ่เป็นครั้งคราว

 

โรคภูมิแพ้ และการตกแต่งบ้าน


ถ้าคุณกำลังตกแต่งบ้าน หรือต่อเติมบ้านใหม่ คุณควรจะย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว แต่ถ้าทำไม่ได้ ควรป้องกันตนเองให้มากที่สุด เนื่องจากสารก่อภูมิแพ้ จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นมาก

พื้นที่ดีที่สุดสำหรับบ้านทึ่คุณอยู่คือพื้นไม้ หลีกเลี่ยงการปูพรมแบบยึดติดถาวรในห้องต่างๆ

จัดระบบการระบายอากาศ ในบ้านของคุณ ให้มีอากาศถ่ายเทได้ดี

เลือกใช้ผนังกั้นห้องและฉนวนกันความร้อน ที่เหมาะสม ผนังกั้นห้องบางชนิดเคลือน้ำยาที่ทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจได้

เมื่อทำการตกแต่งหรือต่อเติมบ้านเสร็จ ควรทิ้งไว้สักพัก อย่าย้ายเข้าไปอยู่ทันที เนื่องจากจะมีปริมาณสารก่อภูมิแพ้ค่อนข้างมาก

 

 

 สัตว์เลี้ยงภายในบ้าน


การมีสมาชิกคนใดคนหนึ่งในครอบครัว เป็นโรคภูมิแพ้ ทำให้ภาระในการดูแลของพ่อแม่ เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า แล้ววันหนึ่ง ลูกที่เป็นโรคภูมิแพ้ ก็มาขออนุญาตที่จะเลี้ยงสัตว์ภายในบ้าน คุณจะทำอย่างไร

คุณทราบดีว่า การเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ สัตว์มีขน ไม่เป็นผลดีกับลูกของคุณ เนื่องจากพบอัตราการแพ้ขนสัตว์ประมาณ 15 % ของประชากรทั่วไป ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือ เลือกสัตว์ที่จะเลี้ยง โดยเป็นพวก ปลา หรือสัตว์อื่นๆ ที่ไม่มีขน

ทำไม สัตว์เลี้ยง จึงทำให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้

คนโดยส่วนใหญ่จะตอบว่า เนื่องจากขนสัตว์ แต่จากการศึกษา อาการของโรคภูมิแพั อาจเกิดจาก ขน เศษของผิวหนัง น้าลาย ปัสสาวะของตัวเห็บหรือหมัดบนตัวสัตว์เหล่านั้น 

ถ้าจะเลี้ยงสัตว์ ควรทำอย่างไร

สุนัข ทำให้เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ รุนแรงน้อยกว่าแมว คุณอาจจำกัดบริเวณสัตว์เลี้ยงของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ให้เข้าไปในห้องนอน หรือ ห้องนั่งเล่นของคุณ อาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงของคุณบ่อยๆ ประมาณอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ทำความสะอาดพรมหรือที่นอนด้วยการต้มในน้ำร้อน

ถ้ายังมีอาการมาก หลังจากคุณทำตามคำแนะนำเบื้องต้น จะทำอย่างไรดี

อันดับแรก คุณควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการดูแลคุณอยู่ เพื่อจ่ายยาที่สามารถควบคุมอาการได้
ถ้ายังไม่ดีขึ้น คุณอาจต้องการ การรักษาด้วยการฉีดสารก่อภูมิแพ้เข้าไปในร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ส่วนใหญ่ แนะนำให้ใช้วิธีนี้ ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสัตว์เหล่านี้ได้จริงๆ เช่น มีอาชีพเป็นครูฝึกสัตว์ เป็นต้น

อย่าลืมว่า วิธีที่สามารถหลีกเลี่ยงจากการแพ้สัตว์เลี้ยงได้ดีที่สุด ก็คือ ตัดใจไม่เลี้ยงมัน พบว่าสารก่อภูมิแพ้ในอากาศจากสัตว์เลี้ยง จะมีอยู่ในอากาศอีกประมาณ 6 ชั่วโมง หลังจากที่นำสัตว์นั้นออกไปแล้ว และสารก่อภูมิแพ้ที่ติดอยู่บริเวณ เฟอร์นิเจอร์ จะมีอยู่อีกเป็นเดือน ดังนั้น ถ้าคุณตัดสินใจ ยกสัตว์เลี้ยงให้ผู้อื่นแล้ว อย่าลืมทำความสะอาด เฟอร์นิเจอร์ของคุณ อาการของคุณจึงจะดีขึ้นได้

 

แหล่งที่มาของข้อมูล....



webmaster@thaiallergy.com







Copyright © 2010 All Rights Reserved.